เราใช้คุกกี้ที่จำเป็น และขออนุญาตใช้คุกกี้วิเคราะห์กับโฆษณา นโยบายคุกกี้ | นโยบายความเป็นส่วนตัว

ข้ามไปเนื้อหา
คู่มือซื้อของญี่ปุ่น

ค่าใช้จ่าย

ของราคา ¥10,000 ส่งถึงไทยต้องจ่ายเท่าไร

แยกค่าสินค้า ค่าบริการ ค่าส่งในญี่ปุ่น และค่าส่งมาไทย พร้อมตัวอย่างคิดเงินบาทและวิธีเผื่องบสำหรับยอดที่ยังไม่ทราบ

คู่มือ Takusan ปรับปรุงเนื้อหา

หัวข้อในหน้านี้

เห็นราคาสินค้าแล้ว ยังต้องดูอะไรอีก

ของราคา ¥10,000 สองชิ้นอาจมีต้นทุนถึงไทยไม่เท่ากัน ชิ้นหนึ่งผู้ขายออกค่าส่งในญี่ปุ่นให้และมีน้ำหนักน้อย อีกชิ้นเป็นเครื่องเสียงหนักหลายกิโล ต้องแพ็กเพิ่ม และมีค่าใช้จ่ายของร้านค้า การเทียบแค่ราคาเยนจึงยังตอบไม่ได้ว่าชิ้นไหนคุ้มกว่า

รายการดูจากที่ไหนจุดที่มักพลาด
ค่าสินค้าราคาซื้อทันที หรือราคาประมูลที่ชนะจริงราคาปัจจุบันยังไม่ใช่ราคาสุดท้ายของการประมูล
ค่าบริการ Takusanอัตราและขั้นต่ำในหน้าสรุปก่อนยืนยันของราคาต่ำอาจคิดตามขั้นต่ำ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์อย่างเดียว
ค่าส่งในญี่ปุ่นรายละเอียดผู้ขายและค่าจัดส่งที่แสดงในรายการไม่ระบุราคาไม่ได้แปลว่าส่งฟรี
ภาษีหรือค่าใช้จ่ายฝั่งญี่ปุ่นเงื่อนไขรายการ ร้านค้า และบรรทัดค่าใช้จ่ายในหน้าสรุปตรวจว่าราคารวมรายการนั้นแล้วหรือยัง ก่อนบวกซ้ำ
ค่าส่งญี่ปุ่นมาไทยวิธีส่งที่เลือก อัตราที่แสดง และน้ำหนักเมื่อถึงคลังน้ำหนักตัวสินค้าอย่างเดียวอาจยังไม่ใช่น้ำหนักที่ใช้เรียกเก็บ
ค่าใช้จ่ายเฉพาะชิ้นรายละเอียดที่ทีมยืนยัน เช่น แพ็กเพิ่ม การส่งปลายทาง หรือรายการนำเข้าต้องถามว่ารวมในค่าส่งแล้วหรือเรียกเก็บต่างหาก

คำว่า “ส่งฟรี” ในรายการญี่ปุ่นหมายถึงการส่งที่ผู้ขายระบุ อย่าขยายความว่าเป็นการส่งฟรีจนถึงบ้านในไทย เส้นทางจากโกดังญี่ปุ่นมาไทยเป็นอีกช่วงหนึ่ง

ลองคำนวณทีละบรรทัดด้วยตัวเลขสมมติ

ตัวเลขต่อไปนี้ใช้สอนวิธีคิด ไม่ใช่เรตหรือค่าบริการปัจจุบันของ Takusan สมมติว่าชนะสินค้าที่ ¥10,000 ใช้เรต ¥1 = 0.24 บาท ค่าบริการ 5% ขั้นต่ำ 100 บาท ผู้ซื้อจ่ายค่าส่งในญี่ปุ่น ¥800 และน้ำหนักเรียกเก็บระหว่างประเทศ 2 กก. ที่อัตราสมมติ 300 บาทต่อกก.

รายการวิธีคิดในตัวอย่างเงินบาท
ค่าสินค้า10,000 × 0.242,400
ค่าบริการ2,400 × 5% = 120 ซึ่งมากกว่าขั้นต่ำ 100120
ค่าส่งในญี่ปุ่น800 × 0.24192
ค่าส่งระหว่างประเทศ2 × 300600
รวมสี่รายการข้างต้น2,400 + 120 + 192 + 6003,312

ยอด 3,312 บาทนี้ยังไม่รวมภาษี ค่าโอน ค่าแพ็กเพิ่ม หรือค่าส่งปลายทางที่อาจอยู่นอกอัตราสมมติ ถ้าทีมยืนยันว่ามีค่าแพ็กเพิ่ม 150 บาทและค่าส่งปลายทางอีก 100 บาท ยอดภายใต้สมมติฐานใหม่นี้จะเป็น 3,562 บาท ส่วนค่าใดที่ยังไม่ทราบ ให้เขียนว่า “รอยืนยัน” อย่าใส่ศูนย์เพื่อให้คำนวณง่าย

นำรูปแบบตารางนี้ไปใช้กับรายการจริงได้ โดยแทนด้วยเรต ค่าบริการ และใบแจ้งยอดของรายการนั้น ส่วนภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายเฉพาะสินค้า ให้ทีมช่วยตรวจจากชนิดสินค้าและเงื่อนไขที่ใช้กับรายการจริงก่อนสรุปงบ

ขั้นต่ำค่าบริการกับเรตแลกเงินมีผลอย่างไร

การคำนวณค่าบริการของ Takusan ใช้มูลค่าสินค้าเมื่อแปลงเป็นบาท คูณอัตราค่าบริการ แล้วเทียบกับขั้นต่ำของรายการ ใช้จำนวนที่สูงกว่าและปัดขึ้นเป็นบาท ให้อ่านอัตราที่แสดงในหน้าทำรายการ เพราะค่าที่ใช้จริงไม่ได้กำหนดจากตัวอย่างในบทความนี้

ถ้าใช้สมมติฐานเดิม แต่สินค้าเหลือ ¥1,000 มูลค่าสินค้าจะเท่ากับ 240 บาท 5% ของ 240 คือ 12 บาท ซึ่งต่ำกว่าขั้นต่ำสมมติ 100 บาท ค่าบริการจึงเป็น 100 บาท เมื่อต้องซื้อของราคาต่ำหลายรายการ ให้ดูค่าบริการของแต่ละรายการประกอบกัน อย่าคิดว่าเปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียวครอบคลุมทุกกรณี

ส่วนยอดเงินบาทที่เห็นขณะเลือกสินค้าเป็นค่าประมาณตามเรตที่ระบบใช้ในตอนนั้น เมื่ออ่านรายการย้อนหลัง ให้ยึดยอดและเรตที่บันทึกสำหรับรายการนั้น การนำราคาเยนเก่ามาคูณเรตวันนี้อาจได้ตัวเลขไม่ตรงกับยอดที่ชำระจริง

หากมีเรตเฉพาะบัญชีหรือแพ็กเกจที่มีผลกับคุณ ให้ดูราคาหลังเข้าสู่ระบบ และตรวจหน้ายืนยันอีกครั้งก่อนทำรายการ ไม่ใช้เรตจากภาพหน้าจอเก่าหรือหน้าของบัญชีอื่นเป็นข้อสรุป

เงินที่ต้องพร้อมก่อนประมูล อาจไม่เท่ากับยอดซื้อสุดท้าย

เวลาประมูล ระบบต้องกันวงเงินสำหรับราคาที่คุณเสนอ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามการคำนวณของรายการ จึงไม่ควรเตรียมเงินแค่ราคาปัจจุบันบนหน้าสินค้า โดยเฉพาะเมื่อกรอกราคาสูงสุดไว้สูงกว่านั้น

  • ยอดพร้อมใช้: เงินที่ยังใช้ทำรายการใหม่ได้ หลังหักส่วนที่ถูกกันไว้กับรายการอื่นแล้ว
  • ยอดกันไว้: วงเงินที่สงวนไว้ระหว่างดำเนินรายการ ยังไม่ใช่สรุปต้นทุนทั้งหมดถึงไทย
  • ยอดชำระ: เงินที่คิดตามผลและค่าใช้จ่ายที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจจากประวัติของรายการ
  • ยอดเรียกเก็บภายหลัง: เช่น ค่าส่งระหว่างประเทศเมื่อสินค้าถึงคลัง เป็นส่วนที่ต้องเผื่องบไว้ แม้ชำระค่าสินค้าไปแล้ว

ถ้าระบบแจ้งวงเงินไม่พอทั้งที่ราคาสินค้าดูต่ำกว่ายอดในกระเป๋า ให้ตรวจราคาสูงสุดที่กำลังเสนอ ค่าบริการ และยอดที่ถูกกันไว้ในรายการอื่นก่อน ส่วนรายการที่จบแล้วแต่ยังรอยืนยันผล อาจยังไม่คืนวงเงินในทันที

ตั้งเพดานประมูลจากงบรวม จะคุมเงินง่ายกว่า

เริ่มจากงบที่จ่ายได้ทั้งหมด แล้วกันส่วนของค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ทราบออกก่อน เงินที่เหลือจึงค่อยใช้วางเพดานค่าสินค้าและค่าบริการ ถ้าสินค้าใหญ่หรือข้อมูลน้ำหนักน้อย ควรขอประเมินก่อนเพิ่มราคา

  1. กำหนดงบถึงมือ เช่น 4,000 บาท โดยเป็นงบของตัวเอง ไม่ใช่ยอดรับรองจากระบบ
  2. ใส่ค่าส่งที่ทราบแล้ว และเผื่อรายการที่ยังรอยืนยันแยกไว้ให้เห็น
  3. ลองกรอกราคาสินค้าที่คิดไว้ในตาราง พร้อมคำนวณค่าบริการของราคานั้น
  4. ถ้าเกินงบ ให้ลดเพดานสินค้า ไม่ตัดค่าส่งที่ต้องจ่ายออกจากตาราง
  5. เมื่อราคาเปลี่ยน ให้คำนวณใหม่ก่อนยืนยันเพิ่มราคา

ตัวอย่าง: สินค้าที่ถูกกว่าอีกชิ้น ¥1,000 ประหยัดค่าสินค้าได้ 240 บาทภายใต้เรตสมมติ แต่ถ้าชิ้นที่ถูกกว่าต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม 400 บาท ส่วนต่างค่าสินค้าก็ไม่ได้ทำให้ต้นทุนรวมต่ำกว่า หลักเดียวกันใช้กับค่าส่งและค่าซ่อมที่รู้ว่าจะต้องจ่าย

ข้อมูลที่ส่งให้ทีม จะช่วยประเมินค่าใช้จ่ายได้ตรงขึ้น

ถ้าต้องการให้ทีมช่วยดูต้นทุน ส่งลิงก์สินค้า ราคาที่ตั้งใจเสนอ วิธีส่งที่สนใจ จังหวัดปลายทาง และข้อมูลขนาดหรือน้ำหนักที่ผู้ขายให้มา ระบุด้วยว่ามีกล่องใหญ่ แบตเตอรี่ ของเหลว หรือชิ้นส่วนแตกง่ายหรือไม่

ถามให้ชัดสามเรื่อง: ยอดไหนยืนยันแล้ว, ยอดไหนยังเป็นประมาณการ และ มีค่าอะไรที่ยังไม่รวม หากรวมหลายชิ้น ต้องตรวจว่ารวมส่งได้จริงและคิดน้ำหนักอย่างไร การซื้อจากผู้ขายเดียวกันไม่ได้ทำให้รวมพัสดุหรือยกเว้นค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ

เก็บรายการประเมินไว้เทียบกับใบแจ้งยอดจริง ถ้ายอดต่างกันจะย้อนดูได้ว่าเกิดจากราคา น้ำหนัก วิธีส่ง หรือค่าใช้จ่ายส่วนใด แทนการเทียบกับราคาเยนเพียงตัวเดียว

ข้อมูลที่ใช้ประกอบคู่มือนี้